;
เชื้อดื้อยา เป็นเชื้อโรคที่ดื้อต่อยาปฏิชีวนะหลายขนาน และดื้อต่อยาปฏิชีวนะตัวสุดท้ายหรือเกือบสุดท้ายที่จะรักษาผู้ป่วยได้ ดังนั้นจึงต้องใช้ยาที่มีราคาแพง หรือไม่มียาที่จะฆ่าเชื้อเหล่านี้ได้
เชื้อดื้อยาที่สำคัญ ได้แก่
CRE (Carbapenem-Resistant Enterobacteriaceae)
VRE (Vancomycin-Resistant Enterococcus)
Extensively drug resistant หรือ Pan-drug resistant Pseudomonas aeruginosa
Extensively drug resistant หรือ Pan-drug resistant Acinetobacter baumannii
เมื่อตรวจพบเชื้อดื้อยา แพทย์จะประเมินแยกภาวะการมีเชื้ออาศัยอยู่โดยไม่ก่อโรคและภาวะติดเชื้อ
คือภาวะที่มีเชื้อโรคในร่างกายโดยร่างกายไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง ไม่มีอาการป่วย ไม่จำเป็นต้องให้ยารักษา
คือภาวะที่มีเชื้อก่อโรคเข้าสู่ร่างกายและร่างกายตอบสนองโดยมีอาการและอาการแสดงตามตำแหน่งติดเชื้อ จำเป็นต้องรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ ร่วมกับการรักษาอื่นๆ เช่น ผ่าตัดระบายหนอง ผู้ที่โรคประจำตัว ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยหนัก เป็นต้นอาจจะติดเชื้อรุนแรงจนเสียชีวิตได้

ผู้ป่วยที่เคยรับการรักษาในหอผู้ป่วยที่มีผู้ป่วยเชื้อดื้อยา
ผู้ป่วยอาการหนักที่เข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยหนัก
ผู้ป่วยที่ได้รับยาปฏิชีวนะหลายชนิด หรือได้รับยาปฏิชีวนะเป็นเวลานาน
ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดใหญ่
ผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ

เชื้อมีเยอะตามตำแหน่งติดเชื้อ เช่น เสมหะ หนองจากแผล ปัสสาวะ นอกจากนี้ CRE และ VRE เป็นเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในลำไส้และทางเดินปัสสาวะ จึงมีปริมาณมากในอุจจาระ ปัสสาวะ และผิวหนังบริเวณรอบทวารหนักของผู้ป่วย
หากล้างมือไม่สะอาด ไม่ถูกวิธี เชื้อดื้อยาจะแพร่กระจายออกไปโดยการสัมผัสผู้อื่นโดยตรงหรือผ่านการจับต้องสิ่งของเครื่องใช้อื่นๆ ดังนั้น ผู้ป่วยต้องล้างมือทุกครั้งด้วยน้ำสบู่หลังถ่ายอุจจาระหรือปัสสาวะ ญาติและบุคลากรทางการแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วย ถ้ามือไม่เปื้อนอุจจาระ ปัสสาวะ ของเหลวจากแผล ให้ล้างมือด้วยน้ำสบู่ หรือใช้แอลกอฮอล์ถูมือ
จัดผู้ป่วยให้อยู่ในห้องแยกหรือพื้นที่จัดเตรียมโดยเฉพาะ ติดป้ายสัญลักษณ์ Strict Contact Precaution เพื่อเตือนให้ทุกคนปฏิบัติตามมาตรฐานในการป้องกันการติดเชื้ออย่างเคร่งครัด
ผู้ป่วยควรจะอยู่แต่ในห้องแยก ล้างมือทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร หลังการใช้ห้องน้ำ หลังการไอหรือจาม และหลังสัมผัสสารคัดหลั่งที่ออกมาจากร่างกาย ถ้าจำเป็นต้องไปตรวจรักษาในสถานที่อื่นๆ ในโรงพยาบาล หรือออกจากห้องแยก ผู้ป่วยจะต้องล้างมือ
แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลทุกคนที่ให้การดูแลผู้ป่วยต้องสวมถุงมือ และเสื้อคลุม (ขึ้นอยู่กับกิจกรรมการดูแลผู้ป่วย) เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไปสู่ผู้ป่วยรายอื่นๆ
แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลทุกคนต้องล้างมือ หรือทำความสะอาดมือด้วยแอลกอฮอล์ก่อนและหลังหลังจากให้การรักษาพยาบาลผู้ป่วย
ผู้ที่ดูแลผู้ป่วยไม่ต้องสวมเสื้อคลุมและถุงมือขณะอยู่ในห้องผู้ป่วย แต่ต้องล้างมือก่อนออกจากห้องทุกครั้ง
จำกัดการเฝ้าไข้ งดเยี่ยม ไม่แนะนำให้เด็กเล็กเข้าเยี่ยม

โดยทั่วไปเชื้อดื้อยาจะแพร่กระจายได้น้อยเมื่ออยู่นอกสถานพยาบาล
สมาชิกในครอบครัวที่มีสุขภาพแข็งแรงมีโอกาสน้อยที่จะได้รับเชื้อดื้อยา แต่เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือสมาชิกที่มีอาการป่วย สุขภาพไม่แข็งแรง ไม่ควรใกล้ชิดหรือคลุกคลีกับผู้ป่วยที่พบเชื้อดื้อยา
ผู้ป่วยและสมาชิกครอบครัวทุกคน ต้องล้างมือบ่อยๆ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ โดยเฉพาะหลังออกจากห้องน้ำ และก่อนรับประทานอาหารทุกครั้ง สำหรับสมาชิกคนอื่นต้องล้างมือก่อนและหลังสัมผัสตัวผู้ป่วยด้วย
ไม่ควรใช้เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม จาน แก้วน้ำร่วมกับผู้ป่วย แต่สามารถซัก ล้าง ทำความสะอาดร่วมกันได้ตามปกติ
หากมาตรวจที่โรงพยาบาลตามนัดหรือกรณีฉุกเฉิน ผู้ป่วย/ญาติต้องแจ้งแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ว่ามีเชื้อดื้อยา
กรณีพบเชื้อดื้อยา CRE และ VRE ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในลำไส้ เมื่อเวลาผ่านไปเชื้อแบคทีเรียอื่นๆ ในลำไส้ของผู้ป่วยจะเติบโตทดแทนเชื้อดื้อยา ผู้ป่วยกลุ่มนี้จะได้รับการตรวจอุจจาระ หากผลการตรวจ 2 ครั้งต่อเนื่องไม่พบเชื้อ จึงจะยกเลิกการดูแลแบบเข้มงวด
กรณีพบเชื้อดื้อยา Pseudomonas aeruginosa และ Acinetobacter baumannii ถ้ามีการติดเชื้อจะแยกจนกว่าผู้ป่วยได้รับยาปฏิชีวนะครบและอาการหายดี ถ้าเป็น Colonization จะประเมินระยะเวลาแยกผู้ป่วยโดยอายุรแพทย์โรคติดเชื้อ